วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

Sep 21-23,2012 Information Literacy Camp “Get to Know Uncle Sam”


สรุปเนื้อหาการเข้าค่าย Information Literacy Camp “Get to Know Uncle Sam”

21 กันยายน 2555
กิจกรรม Ice Breaking  เช่น
1.      กิจกรรมโยนบอลแล้วขอบคุณคนที่โยน ตามด้วยการแนะนำชื่อตัวเอง
2.      แบ่งกลุ่มนักศึกษาตามชื่อรัฐของอเมริกา
3.      กิจกรรมทายชื่อคนในป้ายที่แขวนไว้ด้านหลังตัวเอง
4.      Board game
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
22 กันยายน 2555
8:30 น. นักศึกษามาสาย 3 คน สายประมาณ 5 นาที มาช้ากว่าเพื่อนโดยไม่นำคอมพิวเตอร์ สายไม่มากแต่ควรมีความกระตือรือร้นมากกว่านี้
กลยุทธ์การสืบค้นข้อมูล
วิทยากร: คุณกี้
สิ่งแรกที่ต้องคิดในการหาข้อมูลคือการใช้ Keyword
สมมติเมื่อวานลืมของไว้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นใคร ถ้าเรารู้ว่าเป็นนักศึกษามวล เป็นผู้หญิง จะตัดคนเหลือ 13 คน เป็นผู้หญิงผมสั้น จะเหลือ 2 คน เป็นผู้หญิงใส่แว่น จะเหลือคนเดียว
เราจึงควรหาโดยการใช้คำที่เข้าใจง่าย ใส่คำสำคัญก่อน

What do ppl in America eat?
Keyword ที่ควรจะมีคืออะไร? American eating, Food for American,
เราควรใส่คำคล้ายๆกันเข้าไปเพื่อให้ค้นง่าย

หลักการใช้ Boolean
ตัวอย่าง Find out the History of American film industry เราอาจหาคีย์เวิร์ดโดยใช้คำคล้ายๆกัน เช่น film , movie, motion picture
Activity: ให้ scorecard ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มแล้วหาคำที่คล้าย ดดยแต่ละกลุ่มได้หนึ่งคำได้แก่ child, car, use, bag, young ให้เวลาห้านาที ห้ามค้นคอมพิวเตอร์ ให้นักศึกษาออกมาอ่านคำให้ฟัง
เช่น young : not old, high school, freshy (คำนี้ไม่มีในภาษาอังกฤษจริงๆใช้คำว่า freshman), youngful ไม่มี มีแต่ youthful
Car: นักศึกษายกยี่ห้อรถมามากมายเช่น ฟอร์ด Toyota  Honda Mitsubish Isuzuและอื่นๆ,car care, van, driver(ซึ่งไม่ใช่เพราะคือคนขับรถไม่ใช่รถ)

เราควรหาคำ synonym คือคำเหมือนที่มีความหมายคล้ายกัน เราอาจจะแต่งประโยคแล้วลองแทนคำเหล่านั้นเข้าไป มันควรจะได้ความหมายเหมือนกัน
การค้นโดยใช้วลี เช่น ชื่อตัวเอง ที่มีคำขยาย college student  โดยใช้เครื่องหมายคำพูดเปิดปิด อาจลองทดลองค้นดูว่าถ้ามีและไม่มีเครื่องหมายจะได้จำนวนค้นต่างกัน
การค้นหาจากหน้าเว็บไซต์เฉพาะ(Site search)  ตัวอย่างเช่นการค้นชื่อทูตสหรัฐจากเว็บไซต์ของสถานทูต

แหล่งข้อมูล (Sources) การหาแหล่งข้อมูลควรมีแหล่งที่เชื่อถือได้ และค้นข้อมูลที่ต้องการได้
นอกเหนือจากการค้นจาก Internet ควรค้นจาก หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารวิชาการ สารานุกรม
ให้คำถาม 10 คำถาม เพื่อพิจารณาว่าควรใช้แหล่งข้อมูลอะไรที่ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต เช่น
อยากดูหนังจะดูข้อมูลรอบฉายได้จากที่ใด: หนังสือพิมพ์


สภาพอากาศ: วิทยุ หนังสือพิมพ์
Daylight saving คืออะไร: หนังสือ สารานุกรม
จุดยืนของโอบามาและรอนนีย์ด้านนโยบายต่างประเทศ: หนังสือพิมพ์ ทีวี
ผลของภาวะโลกร้อนต่อประเทศไทย: วารสารวิชาการ
สงครามเย็น: หนังสือ DVD
ประวัติศาสตร์อเมริกา: หนังสือ สารานุกรม
(แต่ข้อมูลที่ดึงมาไม่ใช่ทุกข้อมูลที่จะนำมาใช้ได้ทันที เราควรมีการพิจารณาเรื่องความน่าเชื่อถือ)
การค้นจาก google สามารถใช้ advanced search จะช่วยได้มาก
ลองใช้ Search Tips เพื่อตอบคำถาม
Game: การแบ่ง subject ว่าเนื้อหาแบบนี้ควรอยู่หมวดใด
แจกชื่อ category และแจกการ์ดกลุ่มละ 20 ใบ เป็นคำอธิบายสิ่งต่างๆแล้วให้เลือกเข้ากลุ่ม เช่น พูดถึงสะพาน น่าจะเข้ากลุ่มอะไร
10:40 am   Break  Milk/Cracker  Rice crispy

10:55 น. คุณอ๊อดนำเกม Whispering พรายกระซิบ
พบว่าข้อมูลเปลี่ยนไปเยอะมากJ
เกมนี้ทำให้รู้ว่าการบอกปากต่อปากทำให้ข้อมูลเปลี่ยนไปมากเพราะไม่ใช่ primary source

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

26-29 สิงหาคม 2555 ทัศนศึกษามาเลเซีย สิงคโปร์








26-29 สิงหาคม 2555 
ทริป Informatics on tour ครั้งแรกที่จัดไปถึงสิงคโปร์
 ได้ไปดูงานที่ University of Malaya ได้หารือเกี่ยวกับการส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย

19-22 พฤษภาคม 2555 ศึกษาดูงานที่เกาหลี

ช่วงวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2555 สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ได้ไปศึกษาดูงานมหาวิทยาลัยในเกาหลีสองแห่งคือ Seoul University และ Korea University และได้เยี่ยมชมสถานที่จัดแสดงเทคโนโลยีที่น่าสนใจของเกาหลีคือ Digital Pavilion และ Korea Film Archive ได้ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์มาก รวมถึง collaboration ที่ได้คุยไว้กับหน่วยงานที่ไปเยี่ยมชมในอนาคตค่ะ 









เดี๋ยวว่างๆจะมาเขียนคำอธิบายใต้รูปเพราะงานที่ไปดูมีอะไรน่าสนใจมาก น่าจะมาปรับใช้หรือทำที่เราได้ค่ะ

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การประชุมปฏิบัติการ เครือข่ายการศึกษาไทย


การประชุมปฏิบัติการ เครือข่ายการศึกษาไทย สกอ.ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โครงการพัฒนาบุคลากรสำหรับการบริหารจัดการเครือข่าย ตามแผนปฏิบัติงานภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งประจำปี 2555 วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2555 ห้องทองจันทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เช้า เสวนาว่าจะใช้เครือข่ายอย่างไร ภาคบ่ายเป็นการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ตอบคำถาม

เครือข่ายการศึกษาไทยเป็นการขยายเครือข่ายจากการที่ UniNet ดูแลเครือข่ายมหาวิทยาลัยแล้วขยายให้กับโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษาในชื่อ เครือข่ายการศึกษาไทย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รศ.ดร.ปานใจ 
เครือข่ายการศึกษาไทย NEdNet  (National Education Network) ขยายโครงข่ายมาจาด UniNet ขยายให้กับโรงเรียนในเบื้องต้นสองพันโรง อีกเจ็ดพันโรงจะอยู่ที่ปีหน้า อีกสามหมื่นกว่าโรงจะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการเดิม
                               โรงเรียนทั่วไปจะมีเครือข่ายเดิมคือ Moe Net  ดาวเทียม Leased line/ADSL 2/4Mbps ซึ่งความเร็วไม่เพียงพอที่จะรองรับ   อาชีวิศึกษาจะมีสองโครงข่ายคือ VacNet  MoeNet  ถ้าต้องการความเร็วสูงต้องมีเงินสนับสนุนซึ่งโรงเรียนทั่วไปมีปัญหาในการหางบประมาณ
โครงข่ายแค่ไหนจึงเพียงพอสำหรับการศึกษาด้วย appicationในปัจจุบัน ?
ใช้งานทั่วๆไปร่วมกันไม่เกินสิบคนใช้ความเร็วประมาณ 10 Mbps โรงเรียนขนาดใหญ่น่าจะใช้ความเร็วประมาณ 100 Mbps มหาวิทยาลัยควรมี 1,000 Mbps ขึ้นไป
ประเทศไทยมีค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตสูงในอันดับแรกๆของโลก บางประเทศเช่น เกาหลี ค่าใช้เน็ตรายเดือนพันบาทจะได้ประมาณ 1000 Mbps ศธ.จึงเดินไฟเบอร์เอง จะเห็นสายพาดตามเสาไฟฟ้าที่เขียนว่า สกอ. ไปเข้าที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งแล้วต่อไปที่โรงเรียนต่างๆ   ใช้เทคโนโลยีใหม่คือ FTTS (Fiber to School) ในอนาคตหากเทคโนโลยีเปลี่ยน ด้วยไฟเบอร์สามารถปรับเปลี่ยนได้
โครงข่ายนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใช้เพื่การศึกษา มีข้อห้ามคือ ห้ามนำโครงข่ายนี้ไปใช้เพื่อการค้า ไม่มีการ block เว็บไซต์(การปิดกั้นเป็นหน้าที่ของสถาบันที่รับผิดชอบ)
หากเน็ตเวิร์กมีปัญหาจะทำอย่างไร ต้องมีความร่วมมือในการทำงานระหว่างสถาบันระดับมหาวิทยาลัยไปถึงโรงเรียน
UniNet  มีช่องส่งออกอินเทอร์เน็ตในประเทศที่ 20 Gbps นอกประเทศมีความเร็วที่ 18 Gbps  มีการต่อไปที่ MOENet ที่ 1Gbps  จะมีการเชื่อมต่อไป Internet2 ที่ 155 Mbps JGN2(Japan) 622 Mbps   TIEN3(Asia Australia)  155 Mbps ซึ่งเราเชื่อมต่อเครือข่ายเหล่านี้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ต และเนื่องจากการที่ถูกสร้างมาเป็นถนนเฉพาะจึงทำให้เราสามารถใช้เครือข่ายเพื่อการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว(ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงใช้อินเทอร์เน็ต)
Application ในโครงข่ายทำได้หลากหลายเช่น การเรียนทางไกลแบบโต้ตอบ การประชุมสัมมนาทางไกล อีเลิร์นนิ่ง Tele-Medicine ทางจุฬาทำกับเกาหลี ศิริราชสอนร่วมกับทางปารีส เป็นต้น  web conference ประชุมได้ 128 แห่งพร้อมกัน
ThaiLIS(ค้นคว้าวิทยานิพนธ์) TeachersTV(สกอ ซื้อเนื้อหาจากอังกฤษ มาทำเป็นภาษาไทย)

โครงข่ายนี้ดำเนินการในลักษณะ พี่ช่วยน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน
----------------------------------------------------------------------------------



ช่วงเสวนา
วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎ/อาจารย์จาก มอ. อีกสองท่าน
วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎ ได้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับมินิคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สามสิบปีที่แล้ว ปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลที่ดีทำให้คนประมาณหกพันคนในโรงพยาบาลทำงานโดยมีข้อผิดพลาดน้อย โดยใช้ไอทีมาช่วย โดยเฉพาะด้านการเงิน ใช้อินเทอร์เน็ตหลากหลาย แต่เมื่อมีปัญหาจะยังคงติดต่อศูนย์คอมฯ ในการใช้งานของผู้ใช้ได้ใช้อินเทอร์เน็ตมากโดยเฉพาะนักศึกษาในขณะที่อาจารย์บางท่านอาจจะไม่นิยมใช้ ถือว่าการใช้ไอทีของพระมงกุฎอยู่ระดับมัธยม ผู้ใช้ไม่คำนึงถึงอินเทอร์เน็ตแต่ใช้งานในลักษณะที่เป็นสิ่งประกอบในชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------
อ.สินชัย มอ.
กลุ่มคณะทำงาน IPv6-UniNet   UniNet Research Activities
อาจารย์ทำวิจัยเรื่องอินเทอร์เน็ต IPv6 เพื่อแทนเวอร์ชั่นสี่ซึ่งหมดไปแล้วในทวีปเอเชีย วันที่ 6 เดือน 6 เป็นต้นไป Google ก็จะใช้ IPv6 ได้ใช้เครือข่าย UniNet เพื่อการเชื่อมต่อไปต่างประเทศซึ่งหากไม่มีเครือข่ายนี้ก็จำทำไม่ได้เพราะค่าใช้จ่ายสูงมากเพราะต้องติดต่อกับไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ตัวอย่างการทดสอบเช่น การควบคุมรถบังคับผ่านอินเทอร์เน็ตจากไต้หวัน-PSU  / Live E! project เช่น ติดตั้งตรวจวัดสภาพอากาศแบบเวลาจริงที่สงขลาเป็นต้น / SOI(School on Net) เครือข่ายการศึกษาที่นำอาจารย์สอนแล้วส่งไปยังสมาชิกที่ประเทศต่างๆ / การเรียนการสอนและการให้คำปรึกษาทางคลินิกแบบเสมือนจริง(Wireless BioSensor  Monitoring)  / การเชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาล

อาจารย์แนะนำเว็ย Khan Academy เป็นเว็บไซต์คณิตศาสตร์ที่ดีที่สุด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ.ฐานิดา(?) มอ.

IT+Education+Utilization
ประโยชน์ทางการศึกษา นัศึกษาก็ใช้การเล่นเกมส์เก็บผักผลไม้ใช้ในการทำกายภาพบำบัด

ปัญหาก็มีเยอะมาก เดิมการใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อปี 2530 เมื่อเชื่อมรเก็ยต่ออีเมล์ได้ ก็ต้องอาศัยอาจารย์นักวิจัยเป็นลูกค้าที่จะใช้งาน ซึ่งมีค่าโทรทางไกลแพงแต่ทางออสเตรเลียจ่ายให้
ปัจจุบันนักศึกษาคุณภาพลดลงเยอะมาก เพลินกับการเล่นเน็ต ขาดทักษะในการเขียนเพราะใช้การ copy&paste ใช้เวลาในแต่ละวันในการเล่นเน็ตหลายชั่วโมง

ทาง มอ. มีการ monitor ว่ามีการใช้งานเน็ตเพื่อเข้าเว็บไซต์ประเภทใด พบว่าส่วนใหญ่เป็นเว็บไม่เหมาะสม เกมส์ การใช้เพื่อการเรียนรู้มาเป็นอันดับสามซึ่งมีจำนวนต่างกันมาก  โรงเรียนก็ควรเก็บ log file ตรวจสอบ user

---------------------------------------------------------------------------------------------------

To do:
1.       เครือข่ายในการเรียนการสอน เราควรใช้ UniNet แล้ว เสถียร และไม่มีปัญหาในการเชื่อมต่อ
2.       ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน หากมี MOU เราสามารถใช้โครงข่ายได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เราต้องการติดต่อที่ใดบ้าง มวล.ควรได้ใช้ประโยชน์จากจุดนี้
dทางศูนย์คอมฯ
- 

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แผนพัฒนาอุดมศึกษาฉบับที่ 11

การประชุมรับฟังความคิดเห็นแผนพัฒนาอุดมศึกษาฉบับที่ 11(2555-2559)

17 พฤศจิกายน 2554 มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฏร์ธานี



จากการเข้าร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนพัฒนาอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 ประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากการให้ข้อมูลย้อนกลับแล้ว ก็จะเป็นการได้รับข้อมูลการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวมของประเทศไทย และทราบสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้

ลองตอบดูนะคะว่าเราเองเข้าใจเรื่องแผนพัฒนาอุดมศึกษาหรือไม่
1. ประเทศไทยมีแผนการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาหรือไม่?
มี
1) ประเทศไทยมีกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปีที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 – 2565)
2) ประเทศไทยมีแผนการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ปัจจุบันเป็นฉบับที่ 10( พ.ศ. 2550-2554) และกำลังจัดทำแผนฉบับที่ 11
2. แผนการพัฒนาจะถูกนำไปใช้อย่างไร?
สกอ.จะใช้เป็นแผนแม่บทและถ่ายทอดให้สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศนำไปใช้จัดทำแผนพัฒนาสถาบันของตนเอง
3. แผนที่ผ่านมามีการดำเนินการประสบความสำเร็จหรือไม่
ไม่ประสบความสำเร็จ ตัวบ่งชี้ทั้งหมดมี 26 ตัวบ่งชี้ บรรลุเป้าหมายเพียง 18 ตัวบ่งชี้ คิดเป็น69.23%
ตัวบ่งชี้ที่ไม่บรรลุเป้าหมายได้แก่ จำนวนผู้เข้าเรียนในอุดมศึกษา ตั้งเป้าหมายไว้ไม่น้อยกว่า 37% ผลการดำเนินงานได้ 35.79% , สัดส่วนผู้เข้าศึกษาอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี: ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, สัดส่วนคุณวุฒิระดับปริญญาเอก, ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามีงานทำ, จำนวนสถาบันอุดมศึกษาได้รับการจัดอันดับในเวทีโลก, จำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดตั้งเพิ่มขึ้นในช่วง 2551 – 2554, การปฏิบัติตาม พรบ. อุดมศึกษา พ.ศ…………, และ การมีศูนย์สถิติอุดมศึกษา
4. ทำไมการดำเนินการที่ผ่านมาจึงไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะสภาพแวดล้อมมีผลต่อสถาบันอุดมศึกษา ถ้าลงในรายละเอียดก็จะมองว่ามีสภาพแวดล้อมภายในหรือปัจจัยภายใน(Strength และ Weakness) และปัจจัยภายนอก (Opportunity และ Treat)โดยการวิเคราะห์ปัจจัยภายในดูจาก 9S Analysis (Shared vision/Strategy/Structure/ System/ Staff/ Skill/ Style/ Sti(ธรรมาภิบาล)/ Stang (การเงิน)) วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกโดยดูจาก PESTEL (Politic/ Econonic/ Social/ Technology/ Environment/ Law) จากนั้นสรุปได้ว่ามีจุดแข็ง 8 ประเด็น จุดอ่อน 10 ประเด็น โอกาส 9 ประเด็น ภาวะคุกคาม 12 ประเด็น
จุดแข็ง 8 ประเด็น:
มีระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาที่มีกฎหมายรองรับ, มีมหาวิทยาลัย 4 แห่งติดอันดับโลก, มีเครือข่ายกับสถานประกอบการที่เข้มแข็งเช่น สหกิจศึกษา, มีระบบบริหารจัดการอุดมศึกษาที่เพิ่มประสิทธิภาพ เช่น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ,อุดมศึกษาไทยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ, มีโครงการพื้นฐานระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่เชื่อมต่อทั่วประเทศ, มีการขยายโอกาสผ่านระบบไอทีเช่น มหาวทิยาลัยไซเบอร์ไทย, และ ในปี 2555 ทุกหลักสูตรจะทำตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
จุดอ่อน 10 ประเด็น:
โอกาส 9 ประเด็น:
ภาวะคุกคาม 12 ประเด็น:
ความเห็นส่วนตัวมีความเห็นว่า
1) ในการที่ทำการวิจัยและรับฟังความคิดเห็น แต่เมื่อไปทำการกำหนดแผนจริง ตัวชี้วัดมักจะไม่สะท้อนสิ่งที่ต้องการ เช่น การตั้งเป้าหมายว่า “มี” การทำงานเพียงที่เดียวก็ถือว่ามีแต่ผลกระทบต่ออุดมศึกษาของประเทศอาจไม่มากพอที่จะนำมาวัด ควรตั้งตัวชี้วัดให้เหมาะสม วัดได้จริง
2) สนับสนุนความเห็นที่ ดร.ก้านพูดในที่ประชุมว่าแผนนี้ควรมีสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ย่ำอยู่แนวเดิม




วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

FPT university, Hanoi , 6 กันยายน 2554



ช่วงวันที่ 3-6 กันยายน 2554 สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ได้นำคณาจารย์ไปดูงานที่ประเทศเวียดนาม หนึ่งในองค์กรที่ได้เยี่ยมชมคือ FPT university

TBC


วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยกับการปรับตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน


การเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยกับการปรับตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

วันที่ 18-19 สิงหาคม 2554 หอประชุมกองทัพเรือ

จัดโดย ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


9:30 น.

กล่าวต้อนรับ โดย นพ. กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กล่าวรายงาน โดย รองศาสตราจารย์ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธาน ปอมท. และ ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

พิธีเปิดการประชุม และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของประเทศไทยในประชาคมอาเซียน”

โดย รองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์

การเตรียมความพร้อมในสามเรื่องคือ การเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจอาเซียน และสังคมและวัฒนธรรม

จากนั้นเป็นพิธีมอบโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ของ ปอมท. ประจำปี พ.ศ. 2553 จำนวน คนจากสี่สาขาวิชา

10.45 – 12.00 น. บรรยายพิเศษ เรื่อง “ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจโลก อาเซียนและประเทศไทย” โดย ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD)

มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการศึกษาหลายเรื่อง ที่ได้จากการทำงานกับ UN

He graduated from The Netherlands and he wrote the dissertation about HR which was quite strange. But his supervisor was interested in how to develop people. (His org was not so satisfied with this since it was quite far from his work as the Bank of Thailand Scholarship student

การศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน Inclusive development, ID (บางที่ใช้คำว่า Sustainable development) เป็นการสร้างสังคมมนุษย์ที่มีความเสมอภาคเท่าเทียม จำเป็นต้องพัฒนาทุกส่วน ที่ UN พูดถึงสตรีเป็นเรื่องหลักมาก เพราะเน้นเรื่องความเสมอภาค ID เจาะจงคนทั้งขนาดใหญ่และย่อยให้เท่าเทียมกัน องค์กรเล็กๆไม่ควรถูกละเลย พูดกันถึงสังคม IT ทุกคนควรได้รับการเชื่อมโยงติดต่อกัน ไม่มี Digital divide รวมทุกอย่างเป็น ID

  1. 1. ปีนี้เป็นปีที่มีการใช้นโยบายการเงินการคลังเข้มงวดกว่าเดิม Austerity รัฐบาลทั่วโลกมีวินัยการเงินการคลัง ลดการกู้ จำกัดการลงทุน การอุดหนุนของรัฐบาลโดยเฉพาะการศึกษาถูกเบียดบังไปมาก ปล่อยให้ค่าเล่าเรียนแพง ให้ทุนน้อย UN ถือว่าเป็นเรื่องที่เราจะขอร้อง ภาครัฐกับเอกชนให้ช่วยกัน
  2. 2. คุณภาพการศึกษามีแนวโน้มลดลงมาก ต้องประสานการศึกษากับเศรษฐกิจ ในสังคมความรู้และข่าวสาร Knowledge society ต้องการคุณการการศึกษาที่เปลี่ยนไป
  3. 3. กำลังมีข้อสังเกตว่าประเทศที่ยากจนพัฒนาเร็ว ประเทศปานกลาง (emerging countries) ไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงของความเป็นปานกลาง การคิดค้นเทคโนโลยี ทำ R&D มากจึงจะเป็นสัญญานของการเปลี่ยนแปลงที่ดี การศึกษาต้องมีผลต่อ innovation จึงจะก้าวข้ามได้ นัก(ตอนที่เรียน ทางเศรษฐศาสตร์สนใจว่าการลงทุนประเภทใดได้ผลเร็วที่สุดพบว่าคือการศึกษาระดับมัธยม ส่วนตัวคืออุดมศึกษา ประเทศปานกลางที่ post secondary เช่น vocational มีความสำคัญต่อสังคมมากขึ้น การจัดการขององค์กรต้องการผู้ที่มีความเข้าใจ)
  4. 4. การศึกษาและความเท่าเทียมกันของประชาชน สิ่งที่ค้นพบของ UN คือ ในสังคมที่มีความไม่เท่าเทียมกันอยู่ ยิ่งให้การศึกษามากยิ่งก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียม สังคมที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ถ้าไม่สามารถไปจัดการเรื่องความไม่เท่าเทียมการไปเสริมการศึกษาไม่ได้ช่วย กระบวนการของ ICT ไม่มีส่วนช่วยเหลือความเท่าเทียมกัน แต่กลับก่อให้เกิด digital divide

ตัวอย่างของความเท่าเทียม เช่น ในอัฟริกาโทรศัพท์มือถือเกินเป้าหมายของจำนวนคนที่มีมือถือ ที่เคนยาผลิตสินค้าคือดอกไม้ส่งยุโรป สินค้าต้องถูกส่งไปประมูลที่ฮอลแลนด์ ทุกวันเกษตรกรจะดูข่าวสารได้ทาง Internet จะทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ทันท่วงที เป็นข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน

โครงการที่เป็นประโยชน์เช่น Science, Technology and Innovation Policy (STIP) ต้องเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมากขึ้น เอาสิ่งที่คิดค้นมาแล้วมาดัดแปลงและนำมาใช้ได้ จึงจะก่อให้เกิด R&D และ I

สังคมของเราจะใช้การผลิตที่มาจากเชิงกายภาพ ที่ดิน เครื่องจักร จะน้อยลงทุกที แต่จะมาจากข้อมูลข่าวสารและความคิด การจัดการทำงานไม่ต้องนั่งทำงานที่ออฟฟิศ ปัจจัยการผลิตที่สำคัญคือสมอง โลกที่แคบลง หลบซ่อนไม่ได้ สิ่งใดเกิดขึ้นจุดหนึ่งในดลกจะมีการเชื่อมโยงไปที่อื่นในโลก ต้องรองรับสังคมข่าวสารข้อมูลจากสังคมโลกให้มากขึ้น โลกมีดุลยภาพมากขึ้น เป็น second generation of Globalization เป็นแนวโน้มที่ชัดเจน การจดทะเบียน invention ใหม่ๆเวลานี้คนที่ทำมาจากเอเชียมากกว่าอเมริกา และเห็นชัดว่ามาจากญี่ปุ่นและจีน

การเงินของโลกเป็นการเงินที่เงินไหลกลับย้อนทาง reverse capital flow จากประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าไปสู่ประเทศที่เจริญกว่า ประเทศเจริญเชื่อมั่นในระบบตลาดเกินร้อย นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลคำนวณว่าทำไมตลาดมีคุณภาพดีมาก เพราะตลาดกำหนดราคาดีที่สุดจึงให้ตลาดกำหนดราคา ซึ่งเป็นแนวทางที่นำไปสู่ความล่มสลายในสองสามปีที่ผ่านมา แต่จริงๆแล้วเรา(UN)ต้องการให้รัฐและตลาดทำงานร่วมกัน อเมริกามีปัญหาคือผลิตคนออกมาเท่าไรทุกคนเข้ามาอยู่ใน Wall street เพราะรายได้มาก ออกตราสาร CDO (Collateralized debt obligations(CDOs) are a type of structured asset-backed security (ABS) with multiple "tranches" that are issued by special purpose entities and collateralized by debt obligations including bonds and loans.) ในอเมริกาทำตราสารซ้อนตราสารซ้อนตราสาร โดยไม่ดูเบื้องหลังของ CDO, credit swap สถาบันการเงินอย่าง AIG ไปร่วมกับสถาบันการเงินที่ล่มสลายจึงต้องไปจ่ายเงินคืนและพลอยล่มสลายไปด้วย เงินจากตะวันออกกลาง เอเชียซึ่งมีดุลการชำระเงินเป็นบวก เงินสำรองของโลก เจ็ดสิบเปอร์เซนต์อยู่ในเอเชีย ในอเมริกา การออมติดลบ ระบบยอมให้มีการเชื่อในตลาดเกินร้อยโดยไม่มีการควบคุม การซื้อบ้านโดยวางประกันด้วยบ้านหลังนั้น กู้เลินเพื่อไปเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก เพราะมีความเชื่อว่าสิ่งของต่างๆราคาขึ้นต่อเนื่อง เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงมาก หนี้เสียมาก ราคาบ้านลดลง มูลค่าที่มีจึงเป็นมูลค่าปลอม ของกรีซรัฐบาลไปกู้เงินมาก หนี้สินเกินร้อยของรายได้ประชาชาติ (ไทยมีหนี้ร้อยละ 40 ญี่ปุ่นก็เกินร้อยแต่อยู่ได้เพราะเป็นหนี้ในประเทศมากกว่า)

Power shift อเมริกาและยุโรปการเงินเริ่มอ่อนแอ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ จากนี้ไปอีกหลายๆปีความเจริญจะมาทางเอเชีย