วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

18-21/3/2556 Service Science Management and Engineering (SSME)


วันที่ 18-21 มีนาคม 2556 ได้มีโอกาสเข้าอบรม “Train for The Trainer” โครงการบ่มเพาะและเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรม หลักสูตร Service Science Management and Engineering (SSME) ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ วิทยากรมาจากบริษัท IBM ได้ความรู้น่าสนใจมาก และคาดว่าจะได้นำไปใช้ในการเรียนการสอนต่อไป เนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 วัน

Ø  การอบรมครอบคลุมเรื่องใด
ทาง SIPA ชี้แจงวัตถุประสงค์ว่า จัดขึ้นเพื่อให้ธุรกิจใกล้ชิดการศึกษามากขึ้น IBM มีองค์ความรู้ในการทำ project ใหญ่ จะมี case studies หลากหลาย PM เป็นจุดอ่อนของการทำงานอย่างมาก
เนื้อหาจะครอบคลุม Application Development and Maintenance Services, IT Project Management in Practice, Applied Test Methodology & Technique for IT Services, Business Analyst for IT Service Implementation, Big data, Business Intelligence Solutions, Mobile Application and cloud computing.
ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ เป็นที่คาดหวังว่าจะได้รับการถ่ายทอดไปให้นักศึกษา เช่นในการทำโครงงาน ไม่ใช่คิดแค่การเขียนโปรแกรมแต่ต้องมองภาพในการบริหารจัดการโครงการ
Ø  IBM บริหารจัดการโครงการอย่างไร
IBM มีการใช้ IBM use Process Asset Library based on CMMI. Compatible to CMMI level  3 at least (Defined)  

Ø  IBM มีกลุ่มที่ทำงานกับโครงการในหน้าที่ใดบ้าง
Project Management/SEPG/PQA  ซึ่งในส่วนที่มาอบรมจะเป็นกลุ่มที่ดูแล service ในกรณีที่จัดทำ new application จะมีทีมที่ทำเบื้องต้น เมื่อ engage ได้ จะส่งต่อมาให้ทีมนี้เพื่อดูแล

Ø  Process Improvement is not a continuous journey not a destination/ W. Edwards Deming
เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลา
Ø  Service Level Agreement (SLA) คืออะไร  
คือข้อตกลงเรื่อง Key service ที่เราต้อง Achieve ถ้าไม่สำเร็จจะมีบทลงโทษ เช่นการปรับ
Ø  IBM ใช้ Project Management tools ใดบ้าง
1.       Estimation : Wide Band Delphi
2.       Project plan: Microsoft Project
3.       WPI tracking: Microsoft Project
4.       Management log
5.       Customer status report
6.       Project Completion report

Ø  สิ่งที่นักศึกษาจะบริหารโครงการวิชาโครงงาน คิดว่าต้องทำอะไรบ้าง
1.       Proposal
2.       Work Break down structure
3.       Estimation
4.       Activity Plan
a.       Start from Gantt chart
b.      Assign resources to task
c.       Set dependency
d.      Check another view(Resource, Network)
e.      Adjust
f.        Set milestone,  baseline
g.       Track project
5.       Risk Management
6.       Weekly report
7.       Documentary repository
8.       Project Completion Report

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โครงการฝึกอบรมเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ


โครงการฝึกอบรมเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ(EdPEx)
เครือข่าย C_IQA ภาคใต้ตอนบน
26 กุมภาพันธ์ 2556 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

รศ. พญ. นันทนา ศิริทรัพย์ (วิทยากรบรรยายได้ดีมาก สนุกสนานและเข้าใจง่าย  อาจารย์แพทย์จากจุฬา)
 เกณฑ์ลักษณะนี้ถ้าไม่ปฏิบัติก็จะต้องตก เหมือนวิชาแคลคูลัส  เรื่องบางเรื่องต้อง
เนื้อหาจะครอบคลุม 2 ส่วนคือ  พัฒนาการ  ทำไมจึงกลายมาเป็น EdPEx  และ หลักการของ ExPEx
1.       พัฒนาการของระบบประกันคุณภาพการศึกษาไทย
2.       เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ Education Criteria for Performance Excellence(EdPEx)
·         QA เริ่มเข้ามาในบ้านเราปี 2539 ทบวงประกาศนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษา
·         ระบบQA ประเทศไทย มีแบบภายในและภายนอก  เราต้องการให้ไปถึงการตรวจสอบประเมินเทียบกับมาตรฐานสากล   ซึ่งไม่ง่าย
·         การประกันคุณภาพภายในและภายนอกมีการเชื่อมโยงกันที่จุดไหน ที่รายงานประจำปี ถ้าเราฉายภาพที่ถูกต้องขององค์กร คนที่มาประเมินจะเห็นของจริง  จึงขึ้นกับหน่วยงานว่าต้องการได้รับข้อมูลป้อนกลับที่เป็นของจริงแค่ไหน   เราต้องคิดเองว่าจะทำแค่ไหน   เราควรอยู่แบบ “กินอยู่อย่างพอเพียง ชื่อเสียงก้องโลก”
·         กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (2551-2565) พูดถึงการยกระดับอุดมศึกษาไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในโลกาภิวัฒน์ โดยมีการนำ EdPEx มาใช้
EdPEx 2552-2553     TQA 2555-2556    Balrige (Edu Version) 2013-2014

https://encrypted-tbn1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSG6XwwMRcr_fgT233Jxix-bv4dnW9rit9_yhs4p2VyHQChokrK   http://sctqa.files.wordpress.com/2010/10/tqa_criteria_2012-2013_thai_edition.jpg?w=730  https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQbIwASaPSvVe3OMdULXh03A4l3RAVlB7YMIZGRSVPmBv2S3B_c

ถ้าใช้เกณฑ์ตัวนี้ดียังไง?
ดีที่ทำให้เราได้อยู่แถวหน้า outcome based , result based

เกณฑ์นี้จะช่วยสถาบันท่านได้อย่างไร?
มีแนวทางในการดำเนินการอย่างบูรณาการ

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ Education Criteria for Performance Excellence (EdPEx)
เป็นบรรทัดฐานสำหรับการดูแลทั้งองค์กร ไม่ใช่เป็นหย่อมๆ
เกณฑ์ประกอบด้วยคำถาม มี 7 หมวดคือ การนำองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ การมุ่งเน้นลูกค้าและการตลาด การวัดวิเคระห์และการจัดการความรู้ การมุ่งเน้นบุคลากร การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์ 
The Education Criteria are a set of questions about seven critical aspects of managing and performing as an organization:
1.     Leadership
2.     Strategic planning
3.     Customer focus
4.     Measurement, analysis, and knowledge management
5.     Workforce focus
6.     Operations focus
7.     Results

EdPEx เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2546 เริ่มประเมินที่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ( แพทย์จุฬาตอนที่ทำครั้งแรกได้ 700 จาก 1000 ต่อมาเมื่อทำเปรียบเทียบครั้งต่อๆไปเหลือร้อยเศษๆ)

พื้นฐานของเกณฑ์ มาจากค่านิยมหลักและแนวคิด ซึ่งมีหลากหลาย ได้แก่
1.       การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์
2.       การเป็นเลิศที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ 
3.       การเรียนรู้ขององค์กรและของแต่ละคน  มหาวิทยาลัยของเรามีสิ่งใดที่เป็นเลิศ
4.       การให้ความสำคัญกับคณาจารย์ บุคลากรและเพื่อร่วมงาน เราดูแลให้คนของเรามีความสุขพร้อมที่จะทำงานให้เราหรือไม่
5.       ความคล่องตัว องค์กรเรามีความคล่องตัวแค่ไหน เช่น ในห้องสอนไม่มีสายต่อคอมพิวเตอร์ การเบิกเงินซื้อของราคาไม่แพงแต่ต้องเขียนเบิกหลายฟอร์ม
6.       การมุ่งเน้นอนาคต การที่เราปรับหลักสูตรทุก 5 ปี เพราะเราสร้างบัณฑิตเพื่ออนาคต ไม่ใช่สร้างนักประวัติศาสตร์
7.       การจัดการเพื่อนวัตกรรม เราควรทำสิ่งใหม่ๆ
8.       การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง
9.       ความรับผิดชอบต่อสังคม
10.   การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และการสร้างคุณค่า
11.   มุมมองในเชิงระบบ
ถ้าเชื่อทั้งหมดนี้ให้กลับไปอ่านเกณฑ์ เพราะเกณฑ์เหล่านั้นสร้างมาจากความเชื่อเหล่านี้
เกณฑ์มีทั้งหมด 7 หมวด
edpex framework.PNG

เกณฑ์นี้มีคุณลักษณะสำคัญอยู่ 4 เรื่อง
1.       เกณฑ์นี้เน้นผลลัพธ์  รู้ได้อย่างไร  หมวด 7 ให้คะแนนถึง 450 จาก 1000 คะแนน
2.       เกณฑ์ไม่กำหนดวิธีการและวิธีใช้ ของบางอย่างดีสำหรับคนหนึ่งแต่อาจจะไม่ดีสำหรับอีกคน สถาบันหนึ่งใช้ดำเนินการอาจไม่ดีสำหรับสถาบันอื่น
3.       เกณฑ์สนับสนุมมุมมองเชิงระบบ ถ้าแก้ปัญหาไฟไหม้ถ้าแก้ปัญหาโดยการดับไฟอาจได้คะแนนแค่ 0-5% ถ้าคิดจะพัฒนาโดยการติดท่อฉีดน้ำให้มากขึ้น ฉีดน้ำได้เร็วขึ้น อาจได้ 10-25%  ถ้าศึกษาประเมินห้องที่เสี่ยงต่ออัคคีภัย ติดเซ็นเซอร์ ติด springer คะแนนได้ 30-45%  ถ้าติดทั้งระบบเป็น systemwide ได้ 50-65%   ถ้าทำโดยไม่ให้มีไฟเกิดขึ้น เช่น ใช้วัสดุกันไฟ ทำระบบป้องกัน อาจได้จาก 70-100%
4.        เกณฑ์สนับสนุนเป้าประสงค์

ในเรื่องของกระบวนการ เกณฑ์นี้ไม่ใช้คำว่า PDCA  แต่ใช้คำว่า ADLI  Approach-Deployment-Learning-
Integration การวางแผนซึ่งรวมการออกแบบ การเลือกตัววัดและการถ่ายทอดเพื่อนำไหปฏิบัติ  การปฏิบัติตามแผน  การประเมินความก้าวหน้าและการได้มาซึ่งความรู้ใหม่  การปรับแผนโดยบูรณาการจากผลการประเมิน การเรียนรู้ ปัจจัยนำเข้าใหม่ ข้อกำหนดใหม่ รวมทั้งโอกาสในการสร้างนวัตกรรม
ในการบูรณาการ  เราต้องมองเป้าประสงค์ ทำให้เป็นระบบ มุ่งไปในทางเดียวกัน  สิ่งที่ดีที่สุดคือไปในทางเดียวกั น มีการเสริมกำลังกันตลอดเวลา แทนที่จะใช้แรงคนเดียว เราอาจใช้แรงร่วมกัน  ถ้าเราทำสอดคล้องกัน ผลลัพธ์ย่อมจะออกมามาก
ในส่วนของผลลัพธ์
ปัจจัยที่เราจะดูกันคือ 4 เรื่องนี้ เรียกภาษาอังกฤษว่า LeTCi  เล็ตซี
1.       ระดับผลการดำเนินการ (Level) ได้ตามเป้าหมายระดับใด  มีคนยิงธนูเห็นเป้าที่ยิงถูกตรงกลางตลอดเวลา ซึ่งเป็นฝีมือเด็ก เด็กบอกว่า ก็ผมมาวาดเป้าทีหลัง  คล้ายๆที่ เราหลอกสมศ.ด้วยวิธีการแบบนี้
2.       แนวโน้ม (Trend)
3.       การเปรียบเทียบ (Comparison) เรามีคู่เปรียบเทียบหรือไม่ ถ้าเราเป็นเลิศที่สุดให้หันไปมองคนข้างหลังแล้วทิ้งห่าง โดยดูระยะห่าง
4.       ความครอบคลุมและความสำคัญของผลลัพธ์ (Integration) เช่น บางสถาบัน จำนวนรวมการรับนักศึกษาสูง แต่ถ้าไปดูรายคณะ จะพบว่าบางคณะยอดรับต่ำมาก
ทำแบบสอบถาม “เรามีความก้าวหน้าหรือไม่” ถามเกี่ยวกับสภาพการทำงานของเราใน 7 หมวดตาม EdPEx


วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

Sep 21-23,2012 Information Literacy Camp “Get to Know Uncle Sam”


สรุปเนื้อหาการเข้าค่าย Information Literacy Camp “Get to Know Uncle Sam”

21 กันยายน 2555
กิจกรรม Ice Breaking  เช่น
1.      กิจกรรมโยนบอลแล้วขอบคุณคนที่โยน ตามด้วยการแนะนำชื่อตัวเอง
2.      แบ่งกลุ่มนักศึกษาตามชื่อรัฐของอเมริกา
3.      กิจกรรมทายชื่อคนในป้ายที่แขวนไว้ด้านหลังตัวเอง
4.      Board game
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
22 กันยายน 2555
8:30 น. นักศึกษามาสาย 3 คน สายประมาณ 5 นาที มาช้ากว่าเพื่อนโดยไม่นำคอมพิวเตอร์ สายไม่มากแต่ควรมีความกระตือรือร้นมากกว่านี้
กลยุทธ์การสืบค้นข้อมูล
วิทยากร: คุณกี้
สิ่งแรกที่ต้องคิดในการหาข้อมูลคือการใช้ Keyword
สมมติเมื่อวานลืมของไว้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นใคร ถ้าเรารู้ว่าเป็นนักศึกษามวล เป็นผู้หญิง จะตัดคนเหลือ 13 คน เป็นผู้หญิงผมสั้น จะเหลือ 2 คน เป็นผู้หญิงใส่แว่น จะเหลือคนเดียว
เราจึงควรหาโดยการใช้คำที่เข้าใจง่าย ใส่คำสำคัญก่อน

What do ppl in America eat?
Keyword ที่ควรจะมีคืออะไร? American eating, Food for American,
เราควรใส่คำคล้ายๆกันเข้าไปเพื่อให้ค้นง่าย

หลักการใช้ Boolean
ตัวอย่าง Find out the History of American film industry เราอาจหาคีย์เวิร์ดโดยใช้คำคล้ายๆกัน เช่น film , movie, motion picture
Activity: ให้ scorecard ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มแล้วหาคำที่คล้าย ดดยแต่ละกลุ่มได้หนึ่งคำได้แก่ child, car, use, bag, young ให้เวลาห้านาที ห้ามค้นคอมพิวเตอร์ ให้นักศึกษาออกมาอ่านคำให้ฟัง
เช่น young : not old, high school, freshy (คำนี้ไม่มีในภาษาอังกฤษจริงๆใช้คำว่า freshman), youngful ไม่มี มีแต่ youthful
Car: นักศึกษายกยี่ห้อรถมามากมายเช่น ฟอร์ด Toyota  Honda Mitsubish Isuzuและอื่นๆ,car care, van, driver(ซึ่งไม่ใช่เพราะคือคนขับรถไม่ใช่รถ)

เราควรหาคำ synonym คือคำเหมือนที่มีความหมายคล้ายกัน เราอาจจะแต่งประโยคแล้วลองแทนคำเหล่านั้นเข้าไป มันควรจะได้ความหมายเหมือนกัน
การค้นโดยใช้วลี เช่น ชื่อตัวเอง ที่มีคำขยาย college student  โดยใช้เครื่องหมายคำพูดเปิดปิด อาจลองทดลองค้นดูว่าถ้ามีและไม่มีเครื่องหมายจะได้จำนวนค้นต่างกัน
การค้นหาจากหน้าเว็บไซต์เฉพาะ(Site search)  ตัวอย่างเช่นการค้นชื่อทูตสหรัฐจากเว็บไซต์ของสถานทูต

แหล่งข้อมูล (Sources) การหาแหล่งข้อมูลควรมีแหล่งที่เชื่อถือได้ และค้นข้อมูลที่ต้องการได้
นอกเหนือจากการค้นจาก Internet ควรค้นจาก หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารวิชาการ สารานุกรม
ให้คำถาม 10 คำถาม เพื่อพิจารณาว่าควรใช้แหล่งข้อมูลอะไรที่ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต เช่น
อยากดูหนังจะดูข้อมูลรอบฉายได้จากที่ใด: หนังสือพิมพ์


สภาพอากาศ: วิทยุ หนังสือพิมพ์
Daylight saving คืออะไร: หนังสือ สารานุกรม
จุดยืนของโอบามาและรอนนีย์ด้านนโยบายต่างประเทศ: หนังสือพิมพ์ ทีวี
ผลของภาวะโลกร้อนต่อประเทศไทย: วารสารวิชาการ
สงครามเย็น: หนังสือ DVD
ประวัติศาสตร์อเมริกา: หนังสือ สารานุกรม
(แต่ข้อมูลที่ดึงมาไม่ใช่ทุกข้อมูลที่จะนำมาใช้ได้ทันที เราควรมีการพิจารณาเรื่องความน่าเชื่อถือ)
การค้นจาก google สามารถใช้ advanced search จะช่วยได้มาก
ลองใช้ Search Tips เพื่อตอบคำถาม
Game: การแบ่ง subject ว่าเนื้อหาแบบนี้ควรอยู่หมวดใด
แจกชื่อ category และแจกการ์ดกลุ่มละ 20 ใบ เป็นคำอธิบายสิ่งต่างๆแล้วให้เลือกเข้ากลุ่ม เช่น พูดถึงสะพาน น่าจะเข้ากลุ่มอะไร
10:40 am   Break  Milk/Cracker  Rice crispy

10:55 น. คุณอ๊อดนำเกม Whispering พรายกระซิบ
พบว่าข้อมูลเปลี่ยนไปเยอะมากJ
เกมนี้ทำให้รู้ว่าการบอกปากต่อปากทำให้ข้อมูลเปลี่ยนไปมากเพราะไม่ใช่ primary source

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

26-29 สิงหาคม 2555 ทัศนศึกษามาเลเซีย สิงคโปร์








26-29 สิงหาคม 2555 
ทริป Informatics on tour ครั้งแรกที่จัดไปถึงสิงคโปร
 ได้ไปดูงานที่ University of Malaya ได้หารือเกี่ยวกับการส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย

19-22 พฤษภาคม 2555 ศึกษาดูงานที่เกาหลี

ช่วงวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2555 สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ได้ไปศึกษาดูงานมหาวิทยาลัยในเกาหลีสองแห่งคือ Seoul University และ Korea University และได้เยี่ยมชมสถานที่จัดแสดงเทคโนโลยีที่น่าสนใจของเกาหลีคือ Digital Pavilion และ Korea Film Archive ได้ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์มาก รวมถึง collaboration ที่ได้คุยไว้กับหน่วยงานที่ไปเยี่ยมชมในอนาคตค่ะ 









เดี๋ยวว่างๆจะมาเขียนคำอธิบายใต้รูปเพราะงานที่ไปดูมีอะไรน่าสนใจมาก น่าจะมาปรับใช้หรือทำที่เราได้ค่ะ