วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

สัมมนา “บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์: มุมมองและกระบวนทัศน์ของการทำงาน”


23 มีนาคม 2554

9:45 น. หลังจากพิธีเปิดห้องสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ดร. ผาณิต กันตามระ นัดพูดยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2536 กล่าวปาฐกถา เรื่อง ไจิตและกายที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน” บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานมาก และรู้สึกมีบุญที่ได้ฟังเรื่องดีๆ ตัวอย่างดีๆจากอาจารย์ค่ะ

อาจารย์เล่าเรื่องต่างๆอย่างสนุกสนานแต่แฝงด้วยแง่คิดดีๆมากมาย ได้แก่

- อย่ารอเวลาทำดี คนเรามีข้ออ้างต่างๆในแต่ละช่วงวัยที่จะไม่เข้าวัด ทำบุญ แต่หากไม่ทำ เมื่อไหร่ถึงจะ

ได้ทำ

- ให้เจริญสติ

- จงเป็นคนแก่ที่มีศีลอย่ามีแต่ทรัพย์

- จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะรับ (อาจารย์ย้ำประโยคนี้หลายครั้ง)

- บุญกุศลติดตนข้ามภพข้ามชาติ

- คนชอบให้ความสำคัญกับของผิดๆ ให้ความสำคัญกับของแพงๆ

- พอใจตามมี ยินดีตามได้ ทำใจให้เป็นสุข

- อย่าเอาของร้อนเข้าบ้าน ของที่เข้ามาแล้วทำให้ไม่มีความสุขถือเป็นของร้อน

- ให้ใช้หลักกาลามสูตร อย่าเชื่อคนง่ายๆ ให้ไตร่ตรอง

- อย่าให้อารมณ์อยู่เหนือสติ

- ธรรมะคือหน้าที่ มีหน้าที่ของตัวเองก็ทำไป อย่างแพทย์พยาบาลจำทำการรักษาผู้ป่วยแม้จะเป็นคนร้าย

- หากเจอคำถามว่าคุณสีอะไร? สีที่ดีสำหรับทุกคนคือ ศีเลณสุขติยันติ....

- การอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นมงคลแก่ชีวิต

- คนโลภเดินกดปลายเท้า คนขี้โกรธเดินลงส้น พวกกิเลสเยอะจะเดินไม่เต็มเท้า พระพุทธเจ้าจะเดินเต็มฝ่าเท้า

- พบผู้ใหญ่ให้ไหว้ ก้มด้วย

- คนเป็นใหญ่เป็นโตไม่ยโสโอหัง

- ถ้าไม่มีใครอบรมบ่มสอน อาจมีกรณี ”ไม่ถอดรองเท้าใส่บาตร”

- คนจะดีเกิดได้จาก สายเลือดดี อบรมดี มีสิ่งแวดล้อมดี

- คนเราทุกข์เพราะความยึดมั่นถือมั่น

- คำสอนจากยายช่วยนำทาง

- ให้จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

- คนเราอยากสูงเลือกวิธีการได้สองอย่าง คือเลื่อยเก้าอี้คนให้ต่ำกว่าเรากับการทำตัวเราให้ดีกว่าเขา เลือกการทำตัวเราจะดีกว่า

- ก่อนจะทำอะไรต้องคิดว่าไม่เดือนร้อนตัวเราเองและผู้อื่น

- สงบกายวาจาใจ จะไปกลัวอะไร

- หิวจงกิน แต่ถ้าอยาก อย่ากิน เพราะความอยากมีไม่สิ้นสุด

- จิตส่งผลถึงกาย

- ความชั่วไม่ทำเลยดีกว่า ความดีทำเพียงเล็กน้อยก็มีใจเป็นกุศล ระวังจิตระวังใจให้เป็นกุศล ให้สิ่งดีๆต่อคนอื่น

- เอาเหตุเอาผล อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เอาใจเขามาใส่ใจเรา

- นั่งสมาธิ กินแต่พอดี พักผ่อนให้เพียงพอ ตัดความกังวลต่างๆออกไป

- ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

- อย่าเอาตัวเราไปเทียบกับคนอื่นแล้วทำให้เกิดความทุกข์

ชีวิตของอาจารย์ ปัจจุบันอายุ 69 ปี

สามีมีผู้ช่วยภรรยา อยู่มาห้าปีไม่มีลูก เลิกแล้ว ลูกไม่มีพ่อ เพื่อนยืมเงินหลายล้าน ค้ำประกันเพื่อน ซื้อแชร์แม่ชม้อย ท้องแก่บริษัทล้ม คลอดลูกสองเดือน บ้านไฟไหม้ หัวล้านจากการฝ่าไฟไปเอาลูกหนีไฟ หลังหัก ปัจจุบันอาศัยบ้านที่แม่ให้ อาจารย์เคยกินยาตาย ตอนที่ลูกอายุสองเดือน กินแวเลี่ยม อาจารย์นั่งสมาธิจนเกิดอาการจากยา อาเจียน ปวดแสบปวดร้อน หมดสติไปสามชั่วโมง ได้ยินเสียงลูกร้องแต่ขยับไม่ได้ จนแม่มาเจอ ต้องกรอกยาให้อาเจียนจนหมดสติ

จากนั้นมอบตัวให้กับการทำความดี ทำนุบำรุงศาสนา

หมายเลขมือถือของอาจารย์ : 081-8174400

อาจารย์ทิ้งท้ายด้วยบทกลอน อันดีชั่วตัวเราเท่านั้นสร้าง...

5-6 มีนาคม 2554 การประกันคุณภาพการศึกษา


ปีนี้เป็นปีที่สองที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมประกันคุณภาพสำหรับนักศึกษา ปีที่แล้วจำได้ว่าเป็นวันที่ 6 มีนาคมเช่นกันที่ระเบียงทราย ขนอม ปีนี้จัดที่โรงแรมแกรนด์พาร์คในนครฯ

ส่วนส่งเสริมวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นเจ้าภาพจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำนักศึกษา มีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆมากันร้อยกว่าคน คึกคักกันมาก ได้มีโอกาสไปพูดให้นักศึกษาฟังเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม และได้เห็นการร่วมกันคิดโครงการดีๆของนักศึกษาที่น่าสนใจ เห็นศักยภาพของนักศึกษาที่จะเป็นผู้นำนักศึกษาที่ดีต่อไป

เนื้อหาที่คุยกับนักศึกษาก็จะเริ่มตั้งแต่ความสำคัญของการประกันคุณภาพศึกษา ต้นสายปลายเหตุ พรบ.การศึกษาของไทย พ.ศ. 2542 ปรับปรุงเมื่อปี 2545 ลงรายละเอียดในมาตรที่เกี่ยวข้อง และลงรายละเอียดถึงองค์ประกอบ และตัวบ่งชี้ที่จะถูกประเมิน รวมถึงสิ่งที่นักศึกษาสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพ

บรรยากาศการอบรมสนุกสนานมาก นักศึกษากระตือรือร้นสมกับที่จะเป็นผู้นำนักศึกษาที่ดี

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

รวมสัมมนาช่วงนี้ ประชุมหนุ่มข่าง/Social network/BI

มีหลายการสัมมนาหลายชุดที่ไม่ได้ update ทันที ก็จะเอามาลงทีหลังประมาณนี้

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

สรุปการประชุมสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์นอกสถานที่ 2554


ข้อสรุปจากที่ประชุมสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์

26 มกราคม 2554

บ่อแสนวิลล่า แอนด็สปา

14:30 น.

1. คณบดีสรุปกิจกรรมจากที่ประชุมสำนักวิชาวันที่ 17 มกราคม 2554เพื่อแจ้งให้ทุกคนรับทราบงาน มีบางงานที่ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม เช่น

  • Active Learning ในสำนักวิชา ซึ่งกำลังมีสัมมนาของมหาวิทยาลัย อยากให้คณาจารย์เข้าร่วม และในสำนักเองจะจัดการทำความเข้าใจร่วมกัน
  • โครงการจิตตะปัญญา ที่ต้องการให้นักศึกษารู้จักตนเอง รู้ศักยภาพของตนเอง จะมีข้อจำกัดว่าให้เข้าได้กลุ่มหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ และวิธีการอบรมที่ต้องการเวลา 3 วัน อบรมใกล้ชิด
  • โครงการทัศนศึกษาของ MTA และ IT ปีนี้เสนอไปที่สิงคโปร์ นักศึกษาต้องมีค่าใช้จ่าย ต้องให้นักศึกษาเตรียมตัว CS จะจัดกิจกรรมให้นักศึกษามีแรงบันดาลใจ อาจจัดรวมทุกชั้นปี (งบหลักสูตรละ 3-4 หมื่นบาท ซึ่งได้รับการจัดสรรตามจำนวนนักศึกษา)
  • โครงการปัจฉิมนิเทศ ให้คณะทำงานกิจกรรมนักศึกษาคิดการจัดกิจกรรม
  • โครงการไอทีแคมป์ มีการดำเนินการเบื้องต้น มีปัญหาว่าไม่มีงบ จึงต้องเก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียน เป็นความร่วมมือสามหลักสูตร


2. อาจารย์อรรจน์ บรรยายเรื่อง "การเปลี่ยนแปลงองค์กรแห่งการเรียนรู้" โดยลงรายละเอียดว่ากิจกรรมที่เราทำในสำนักเป็น KM แล้วหรือไม่ และจับประเด็นกิจกรรม LO โดยนำ KM มาเป็นกระบวนการ

ทัศนคติของคนในสำนักมีความต้องการเรียนรู้หรือไม่ (ถ้าไม่มีปิดสวิตซ์เรื่องนี้ได้เลย) เราอยากให้สำนักนำความรู้ใหม่มาประยุกต์และแลกเปลี่ยนกันทุกสายการทำงาน แสดงความคิดเห็นและยอมรับซึ่งกันและกัน

สารสนเทศศาสตร์ถูกคาดหวังและต้องดูว่าเรามี 5 เรื่องนี้( The fifth discipline concept ของ Peter M. Senge)
1. บุคลากรมีความรอบรู้ เราค่อนข้างได้เปรียบเรื่องนี้
2. รูปแบบวิธีการคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง อาจารย์อาวุโส อาจารย์เด็กๆ เปิดรับระหว่างกันหรือไม่
3. การสร้างและสานวิสัยทัศน์ร่วมกัน
4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม
5. ความคิดเชิงระบบ

ถ้าเราสามารถเชื่อมต่อได้ว่าสิ่งที่เราทำเป็นไปตามแนวนี้หรือไม่ ตอบได้หรือไม่ว่าเราทำ LO เพื่ออะไร

สำนักวิชามีแนวทางในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างไร
- สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน และพัฒนาบุคลากรในองค์กรทุกระดับ
- สร้างระบบที่มอบอำนาจในการเรียนรู้ที่สนับสนุนคนในสำนักให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างคนด้วยการสอนงาน ระบบพี่เลี้ยง ระบบการให้รางวัล ระบบประเมิน และสร้างวัฒนธรรมในองค์กร


27 มกราคม 2554
  • ประชุมหารือเพื่อปรับวิสัยทัศน์จากที่เคยทำมาเมื่อปี 2552 จากการประชุมที่สมุย? หา identity/uniqueness
  • คณบดีหารือว่าเมื่อกลับไปจะต้องทำ Road map ของสำนักวิชา
  • สำนักวิชาของเราน่าจะมุ่งไปเป็น I-School ซึ่งในโลกนี้มีหลายแห่ง


วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

เสวนา "รวมบริการประสานภารกิจ"

18-19 มกราคม 2554 มีงานเสวนาที่สนใจและมีโอกาสเข้าร่วมเพียงบางช่วงเพราะติดงานสอนและประชุม

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประชุมหนุ่มช่าง

วันนี้วันดึ 28 ธันวาคม 2553 หนุ่มๆงานบริการสื่อโสต CLM มาประชุมกัน(โดยนัดหมาย) เพื่อมาสกัดความรู้ในตัวออกมาเป็นหลักเป็นฐาน ที่มาเนื่องจากการที่หนุ่มๆของเรามีความรู้ในตัวกันมากมายแต่ไม่ค่อยมีเวลาที่จะได้มานั่งคิด เรียบเรียงความคิดออกมาให้คนอื่นได้รับทราบและนำความรู้นั้นๆไปใช้ ซึ่งออกจะน่าเสียดาย เพราะประสบการณ์ต่างๆที่มีเป็นสิ่งที่หลายคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก ก็เลยถือโอกาสใช้ช่วงปิดภาคเรียน มาลองนั่งทบทวนความรู้ของแต่ละคน ตั้งใจให้เป็นการใช้เวลาแบบสบายๆ ไม่เล็งผลเลิศออกมาเป็นงานมากนัก เพราะการทำให้จิตใจเปิดกว้างและสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเองน่าจะเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า บรรยากาศวันนี้ก็เลยออกมาแบบนี้

9:00 น. ห้องประชุม 2 ศูนย์บรรณสาร

หนุ่มๆมาประชุมกันโดยมีน้องเป้า อาภรณ์และน้องกบ บุญเพ็ญมาช่วยให้ข้อมูลในเรื่องการจัดการความรู้และ R2R



http://www.youtube.com/watch?v=eQm5sh3DzTg ลิงก์หนุ่มๆเขาคุยกัน :)







วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การประชุมชี้แจงการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2553

การประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ

ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2553 9:00 - 12:00 น.

9:25 น. ผศ.ดร. เกียรติกำจร กุศล บรรยาย

เหตุที่ต้องประกันคุณภาพเนื่องจากมี พรบ. การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ. /2545 (ดูมาตรา47,48,49,50,และ 51 ) แผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) และกฎกระทรวงเน้น QA หลายมาตรา

การประกันคุณภาพภายนอก เน้น output/outcome

การประกันคุณภาพภายใน เน้น process


พรบ.บอกอะไรเราบ้าง

1. บอกว่าประกอบด้วยระบบใด พรบ. การศึกษาแห่งชาติจะบอกว่าระบบ QAประกอบด้วยQAภายในและภายนอก (ม. 47)

2. บอกว่าให้ใครทำ ทำอย่างไร (ม. 48)

3. บอกว่าใครจะมาประเมินและสถานศึกษาต้องทำอย่างไรในการประเมินนั้น (ม. 49และ 50)

4. บอกว่าถ้าประเมินไม่ผ่านจะทำอย่างไร (ม. 51)


อาจารย์เกียรติกำจรให้ภาพรวมเรื่องหลักการในการพัฒนาตัวบ่งชี้ประกันคุณภาพ สกอ. ทั้ง 9 องค์ประกอบ ซึ่งจะประเมินปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิตและผลลัพธ์ โดยมีความสมดุลระหว่างมุมมองการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้านคือ ด้านนักศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการภายใน ด้านการเงิน และด้านบุคลากร การเรียนรู้และนวัตกรรม โดยกระบวนการประเมินมี 4 ขั้นตอนตามระบบพัฒนาคุณภาพ PDCA และในปีะนี้จะต้องทำการประเมินลงถึงระดับหลักสูตร โดยใช้ระบบ CHE Online

ปีนี้ประเมินองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ 9 องค์ประกอบ 25 ตัวบ่งชี้

จากนั้น รศ.ดร. มนตรี อิสรไกรศีล บรรยายต่อ โดยอาจารย์ลงรายละเอียดแต่ละตัวบ่งชี้ว่าเมื่อถูกประเมินจะประเมินจากสิ่งใด ในส่วนนี้ความเห็นส่วนตัวเห็นว่าแต่ละหน่วยงานทราบว่าควรจะใส่ข้อมูลใด แต่มักจะไม่ได้เก็บข้อมูลนั้นไว้ครบถ้วนล่วงหน้า จึงไม่มีหรือไม่ได้ใส่ทุกอย่างที่ทำ

สามารถดูรายละเอียดคู่มือทั้งหมดได้จากเว็บ สกอ. http://www.mua.go.th/users/bhes/front_home/IQA-on%20web/IQA%20Manual%202010%20(November2010)121153.pdf

และมหาวิทยาลัยจัดทำเอกสารสำหรับการประเมินทั้งของ สกอ. สมศ. และ มวล.

ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันในที่ประชุมจากการชี้แจงและการถามตอบ

1. อาจารย์ธีรยุทธ ชี้แจงให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลให้เร็วเพราะปีที่แล้วเราช้าไป

2. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เสนอตัวเองอยู่ในกลุ่ม ค .2 ( กลุ่ม ค สถาบันเฉพาะทาง หมายความถึง สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตเฉพาะทางหรือเฉพาะกลุ่มสาขาวิชา ทั้งสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สังคมศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ รวมทั้งสาขาวิชาชีพเฉพาะทาง สถาบันอาจเน้นการทำวิทยานิพนธ์หรือการวิจัย หรือเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะในการประกอบอาชีพระดับสูง หรือเน้นทั้งสองด้าน รวมทั้งสถาบันอาจมีบทบาทในการพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ สถาบันในกลุ่มนี้อาจจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะคือ ลักษณะที่ 1 เป็นสถาบันที่เน้นระดับบัณฑิตศึกษา และลักษณะที่ 2 เป็นสถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี)

3. การจัดทำ SAR ลงถึงระดับหลักสูตร

4. อ.ธรรมศักดิ์: ผู้ประเมินไม่รู้จักมหาวิทยาลัย ส่วนกลางต้องทำความเข้าใจกับเขา ฐานข้อมูลกลางต้องมีชัดเจน เราไม่ควรต้องดูรายละเอียดเล็กๆมากนัก เช่น การติดต่อกับศิษย์เก่า ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ เรามีส่วนนี้น้อย ส่วนกลางต้องช่วยมากกว่านี้ อย่าถามทุกอย่างจากสำนักวิชา

5. อ.ชลธิรา: เสริมจาก อ.ธรรมศักดิ์ และห่วงใย สกอ. 2.8 การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้นักศึกษา สกอ.มีแนวปฏิบัติชัดเจนในข้ออื่นยกเว้นข้อนี้ (อ.เกียรติกำจร ชี้แจงว่า เพราะเป็น output ไม่ใช่กระบวนการ)จากเงื่อนไข เกณฑ์ที่มี เราไม่น่าจะทำได้ สายสังคมศาสตร์หนักใจที่จะตอบโจทย์นี้

6. อ.ทิพย์วัลย์: มุมมองผู้ปฏิบัติ เราเหลือเวลาแค่เทอม3 ข้อมูล empirical ไม่มีปัญหา มองต่างจากคณบดีทั้งสองท่าน คือเห็นว่า ความเข้มแข็งอยู่ที่สำนัก สำนักอาจไม่ค่อยตระหนักจึงไปก๊อปของส่วนกลาง สำนักควรมีแผนของสำนัก ส่วนเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนกิจการน.ศ. จัดประชุมดูตัวเลขแยกได้รายสำนัก(ส่วนส่งเสริมให้ข้อมูลว่าประชุมแล้ว) อยากเห็นว่าหลักสูตรทำอะไรบ้าง จะทำรวมบริการประสานภารกิจจะฟิตได้ไม่ทั้งหมด เฉพาะบางเรื่องส่วนกิจอาจให้งบที่สำนักไปดูแลเองก็ได้เพราะนักศึกษาแต่ละหลักสูตรมีความต้องการและความเหมาะสมในการดำเนินการต่างกัน)

อ.สุวัจนา : เห็นด้วยกับ อ.ทิพย์วัลย์ มองว่าสำนักต้องใส่ใจในโครงการต่างๆที่ทำ บางเรื่องมองว่ายุ่งยากเพราะไม่รู้ว่าเขาประเมินอย่างไร เช่น การนัดพบศิษย์เก่าและขอข้อเสนอแนะจากศิษย์เก่า ซึ่งเราทำอยู่ ถ้าเราทำเพิ่มอีกเล็กน้อยคือทำเป็นโครงการ ก็จะได้ข้อมูลครบถ้วน บางเรื่องเราอาจทำไม่ได้เพราะผลของมันอาจไม่เกิดขึ้นในปีนั้น มหาวิทยาลัยควรชัดเจนว่างานใดที่ส่วนกลางทำ งานใดสำนักทำ

อ.ธรรมศักดิ์: ชี้แจงให้ชัดเจน เห็นว่างานทั้งหมดเป็นงานของสำนักวิชา แต่การนำเสนอควรต้องเป็นภาพรวม

คุณอวยพร ส่วนส่งเสริม แจ้งว่าวัตถุประสงค์การประชุมวันนี้เพื่อ ให้ทุกคนทราบกลไกในภาพรวม ในการประสานงาน ส่วนกลางควรเป็นตัวเชื่อมโยง ก็ได้ทำการดูข้อมูลร่วมกันกับส่วนกิจ และศิลปวัฒนธรรม จะเป็นข้อมูลกลาง ด้านการวิจัย บริการวิชาการก็จะทำเช่นเดียวกัน สำนักวิชาจะทำโดยไม่รอ template ก็ทำได้ล่วงหน้า

ส่วนรูปข้างล่างนี้ เจ้าสำนักดิฉันเอง บ่งบอกว่าสำนักเราให้ความสนใจเรื่องประกันคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง ลูกสำนักก็พลอยใส่ใจกันเข้มข้นไปด้วย


ส่วนนี่ก็อาจารย์สาวสวยจากศิลปศาสตร์ ผู้ทำหน้าตั้งอกตั้งใจฟังรายละเอียดการบรรยาย